| ~ NUM ~ さんのプロフィール= = นายทะเบียน = =フォトブログリスト | ヘルプ |
|
|
= = นายทะเบียน = =-`๑`- กาเม มรณัง ทุกขัง โลเก -`๑`- 2007/07/15 THANKSคิดถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ......ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ที่มีให้ สิ่งที่ทำให้ชีวิตของคน ๆ หนึ่งมีความหมายและมีค่าสำหรับตัวของเค้าเอง....
ขอบคุณ พ่อ กะ แม่.....ที่เลี้ยงมาจนโตขนาดนี้ รู้นะว่าทำงานเหนื่อยเพื่อเลี้ยงลูกคนนี้มามากแล้ว
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ ม.กรุงเทพ ที่ช่วยเปงกำลังจัยตั้งแต่เมื่อตอนสมัยเรียน จนถึงตอนทำงาน 4 ปีที่เราอยู่ด้วยกัน มันคงเป็นสิ่งที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
ขอบคุณ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ AUA (บ้านหลังแรกกับการเรียนภาษาอังกริด) ที่ช่วยให้ทัศนคติในการคิดของเราโตขึ้น พี่ ๆ ที่ช่วยดูแลน้องคนนี้ตลอดเวลา
ขอบคุณ พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ วัดพระธรรมกาย ที่ช่วยให้รู้ว่า ความจริงของชีวิตที่เราจะต้องทำนั้น มันคืออะไร (ถึงแม้บางครั้งตัวเองจะออกนอกรอบไปบ้าง)
ขอบคุณ ทุก ๆ คน ที่ Wall Street (บ้านหลังที่สองกับการเรียนภาษาอังกริด) ด้วยจุดหมายที่เหมือนกัน จึงทำให้พวกเรามาเจอกัน
ขอบคุณ ทุก ๆ คนที่ SCB (ธนาคารไทยพาณิชย์) ที่ช่วยชุบชีวิตเด็กจบใหม่เมื่อปีที่แล้ว คนที่หมดกำลังจัยกับคำว่าประสบการณ์ ให้เค้าคนนั้นได้มีกำลังจัยกับชีวิตอีกครั้ง
ขอบคุณทุก ๆ อย่างบนโลกใบนี้ ที่มีทั้งด้านมืดและสว่าง ถ้ามีแต่ด้านเดียว เราก้อคงไม่รู้หร่อกว่า อีกด้านหนึ่งมันเป็นเช่นไร......
ป.ล. ทุกคนที่เข้ามาอ่านไม่ต้องแปลกใจนะว่า......ไอ่นี่เขียนลาตาย รึป่าว???
ตอบเลยว่า ไม่ใช่... แต่ ชีวิตคนเราก้อเอาแน่ไม่ได้นะ... ไม่รู้ว่าจะตายวัน ตายพรุ่ง
ทำความดีกับคนรอบข้าง เก็บความรู้สึกดี ๆ ต่อกันให้มากนะ....
ถ้าเราไม่มีเค้าคนนั้น ก้ออย่าร้องไห้ฟูมฟายนะ...โปรดจงอยู่กับคำว่า"สายไปแล้ว"ให้ได้ก็พอ
2006/11/18 ~ จาก BU สู่ SCB ~ หลังจากที่เรียนจบมาเปงเวลา 8 เดือน หลังจากที่ต้องใช้เวลาหางานกว่า 6 เดือน ตอนนี้ก้อทำงานมาได้ 2 เดือนแล้ว ถึงแม้ยังไม่ได้เจองานจิง ๆ แบบเต็มรูป (เอาว่าเป็นช่วงอบรม กะ ฝึกงาน เพื่อเตรียมพร้อมจะทำงานดีก่า) วันที่ 27 พ.ย. นี้ ก้อต้องไปประจำที่สุวรรณภูมิแล้นคร้าบ
จากวันที่ทำข้อสอบวิชาสุดท้ายของการเรียนระดับมหาลัย ที่ ม.กรุงเทพ (BU) ก้อคิดแระว่า.....เอาหล่ะเรียนจบซะที จะได้หางานทำให้มันเหมือนอย่างวัฏจักรของมนุษย์เค้าทำกัน (ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเป็น วอก อยู่หน่ะ เพราะเหมือนไม่มั่นใจในตัวเองเอามาก ๆ ว่ากรูจะหางานได้ป่าวว๊า ) แต่ก้อแอบคิดในใจว่า.....ถ้าเกิดเวลาผ่านไป..... ผ่านไป..... ผ่านไป แต่ยังหางานไม่ได้ มีหวังบุพการี ที่อยู่ที่ชัยภูมิ คงเรียกตัวกลับบ้านด่วนแน่ ๆ เลย
จากประสบการณ์ การหางาน ทำให้รู้จักคำว่า "เด็กไม่มีประสบการณ์" เป็นอย่างดี พอจะส่งใบสมัคร(ทางเน็ต) ก็ติดไอ่ตรงที่ประสบการณ์เรามันเปง 0 นี่แหล่ะ .....คิดในใจ แหม! ถ้าถามหาประสบกาม กรูสิ..........ไม่ได้เลยนะ (เป็น 0 เหมือนกัน....อิอิ) ยื่นใบสม้ครก้อตั้งหลายที่ ไปสัมภาษณ์มาก็หลายหน สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทำงานเสียที แต่ 6 เดือนที่ว่างงานไอ่ตัวเราก้อไม่ได้ปล่อยให้มันเปล่าประโยชน์นะ วันนึง ๆ ก้อออกไปถ่ายรูปเล่น...คิดว่ามันมีประโยชน์ละกันนะไอ่ถ่ายรูปเนี่ย อีกอย่างก้อคือไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม จากที่ได้แค่ is am are ตอนนี้ก้อเริ่มจะได้ was were แล้นนะเฟ่ย เด๋วต่อไปจะเอา Have been กะ Has been ให้ได้ ก้อมีแค่ 2 อย่างนี่แหล่ะที่ทำงานตอนยังว่างงาน (ถ่ายรูป กะ เรียนอังกฤษ) ตอนหางานมันทำให้คิดอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ถ้าเป็นตอนเรียนอยู่ก็ฝันไว้ว่าเงินเดือนกรูต้องได้เยอะ เรียนจบก้อเอาเลยครับ เด็กไม่มีประสบการณ์ (กรอกใบ Resume ซัก 13000) แต่พอหลายเดือน ๆ เข้า Expected Salary ใน Resume เริ่มลดลง ลดลงอย่างอัตโนมัติ ไม่รู้ว่า Word ใน Microsoft Office มันเปลี่ยนให้อัตโนมัติรึป่าว??? แบบว่าจำนวนเดือนในการว่างงานเพิ่มขึ้น เงินเดือนที่กรอกจะเริ่มลดลง ลดลงจนเหลือเลข 4 หลัก ซึ่งถือว่าเป็นช่วงกระหน่ำซัมเมอร์เซลของตัวเองสุด ๆ ........ แรก ๆ ในการหางานจะต้องมีคำถามอยู่ในใจกับบริษัทที่เค้าเรียกเราสัมภาษณ์ ว่า เงินเดือนเท่าไหร่ครับ? ทำงานกี่วันต่อสัปดาห์? สวัสดิการเป็นไงบ้าง? .....บางบริษัทก็รับไอ่ตัวเราเข้าทำงานแล้วนะ แต่มันก้อต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ (แต่เค้าเป็นค่าโอที) สุดท้ายก้อปฏิเสธเค้าไป เพราะติดไอ่ตรงที่ทำงาน 6 วันนี่แหล่ะ สักสองสามวัน เริ่มมีคำถามขึ้นมาในใจกับตัวเองว่า......เฮ่ยทำงานแค่ 6 วันเอง ได้หยุดตั้ง 1 วันแหน่ะ ......พ่อ กะ แม่ ที่เค้าไม่ได้เรียนหนังสือแล้วส่งกรูเรียน ม.กรุงเทพ (มหาลัยที่หลายคนเค้าบอกว่าแพงเนี่ย) วันหยุดของ พ่อ กะ แม่ เค้าหยุดวันไหนนะ???? นอกจากวันอาทิตย์แรกของเดือนที่เค้าจะมานั่งสมาธิ วันอื่นนอกเหนือจากนี้เค้าก้อไม่เห็นจะหยุดเลย (คิดได้มันก้อสายไปแล้ว ณ ขณะนั้น)
สุดท้ายก้อไม่รู้ว่าอะไรที่ดลใจให้เริ่มอยากสมัครงานพวกธุรกิจการเงิน ......หลังจากที่ผิดหวังกะ คำว่าเด็กเส้น ของพี่ที่จะช่วยให้เข้าไปทำงานใน ธ. แห่งหนึ่ง (แต่เบื้องบนของ ธ. เค้าอยากได้คนที่มีประสบการณ์....เท่านั้น) อาจจะเป็นเพราะ ธ. แห่งนี้หล่ะมั๊ง ที่กว้านซื้อตัวพนักงานจากที่อื่นเข้ามาอยู่ในสังกัดตัวเอง ไอ่ตัวเราก้อเลยเบนเข็มไปสมัครกะ ธ. ที่คนโดนซื้อตัวจากที่นี่ไปเยอะ ๆ หน่ะแหล่ะ......(คนเค้าขาดหนิ) กรูก้อเลยเสียบเลย....อิอิ ในที่สุดก๊ะเลยได้มาทำงานเป็น คนแลกเงิน ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นี่แหล่ะจ๊า
ต้องขอบคุณ พี่ ๆ ที่อยู่ ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศฯ ของไทยพาณิชย์ ที่ไม่ได้สนใจกับคำว่า ประสบการณ์ .....(เพราะเป็นคนเดียวหง่ะที่เป็น เด็กไม่มีประสบการณ์ จากทั้งหมด 8 คนที่รับมา) ขอบคุณ ที่หยิบยื่นโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยให้ผมหลุดจากคำว่า "เด็กไม่มีประสบการณ์" ..........ขอบคุณครั้งสุดท้ายที่ช่วยไขปัญหาที่คาใจผมมานานว่า ถ้าเงินเดือนเราไม่ถึง 2 หมื่น เหมือนที่เราเคยขอ พ่อ กะ แม่ เหมือนตอนสมัยเรียน คงไม่พอกินแน่ ๆ เลย ซึ่งพอทำงานจิง ๆ เงินเดือน หมื่นต้น ๆ เราก้ออยู่ได้หนิ ...ถ้าเรารู้จักกับคำว่า "ประหยัดและบริหารมันให้เป็น"
bu scb bu scb bu scb bu scb bu scb bu scb bu scb bu scb bu scb bu scb
ปล. คิดถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนเน้อออ................25 พฤศจิกา นี้ ก้อวันเกิดเค้าแระนะ คือ ช่วยอวยพรให้หน่อยได้มั๊ยหง่ะ (คงไม่น่าเกลียดไปนะที่ ขอคนอื่นให้อวยพรให้เนี่ย)
2006/08/27 ผมกลับมาแล้วครับ....... วงการสเปชแห่งประเทศไทย หลังจากที่ไม่ได้อัพสเปชมาประมาณ 1 อสงไขย ทำให้เพื่อน ๆ ถามว่าหายหน้าหายตาไปไหนจากวงการสเปชแห่งประเทศไทย ไอ่ที่จิงก้อไม่ได้หายไปไหนหรอกนะคร้าบบบ ยังเข้ามาดูสเปชตัวเอง แล้วก้อแอบไปชมสเปชของเพื่อน ๆ เหมือนเคย....มีพักนึงที่เกิดไรขึ้นกับวงการสเปชโลกก้อไม่รู้ (รูปแบบที่เปลี่ยนไป) ทำให้สเปชที่นายทะเบียนที่ตั้งใจทำ ต้องเน่าและพินาศแบบว่าขอทำใจหลายชั่วโมง แต่ตอนนี้กลับมาแล้วนะคร้าบบบ ยังคิดถึงทุก ๆ คนเหมียนเดิมนะ
เอาหล่ะเข้าเรื่องเลยดีก่า.....26 สิงหา เหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ก้อได้นัดรวมพลเพื่อพบปะสังสรรค์กันหลังจากที่จบกันมาหลายเดือน ที่ MK เซ็นทรัล ลาดพร้าว และแล้ว Big Surprise ของไอ่เปรียว ก้อถูกเปิดเผยเสียที นั่นก้อคือ การกลับมาของไอ่อุ๋ย น่านเอง หลังจากไปอยู่เมกา มาซะนาน (Welcome to Thailand นะเว่ย) เจ๊เค้าเอาขนมมาฝากเพียบเร๊ย (เปรียว เค้าก้อเซอร์ไพรส์นะ แต่แกหนิพูดซะจนแอบคิดไปหลายเรื่อง จนในที่สุดกูก้อเดาถูกจนได้ อิอิ) พอเจอเพื่อน ๆ ก็นึกถึงวันเก่าๆ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่ภาพเก่า ๆ ก้อยังคงอยู่ในใจของพวกเราทุกคน ถ้าจะถามว่าอยากย้อนเวลากลับเป็นเหมือนเดิมรึป่าว??? คำตอบคือไม่...เพราะไม่อยากเพิ่มหรือลดภาพเหล่านั้นอีกแล้ว ขอเก็บสิ่งที่เกิดขึ้น แบบนั้น ช่วงเวลานั้น ถึงแม้บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเอาไว้ตลอดไป ซึ่งภาพเหล่านั้นก็เป็นเหมือนอีกหนึ่งกำลังใจเวลาที่เหงาหรือรู้สึกท้อกับชีวิต....ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนนะที่ช่วยกันทั้งวาด ทั้งระบาย และใส่กรอบ ให้ภาพที่มีชื่อว่าความทรงจำ มันสมบูรณ์ขึ้นมาได้ เราคงแขวนผลงานภาพชิ้นนี้ที่พวกเราได้พร้อมใจกันรังสรรค์มันขึ้นมาไว้ในใจของเราตลอดไป................
เฮ่ย เด๋วนะอ่านมาถึงนี่แล้วอย่าคิดว่า ไอ่นี่เขียนลาตายรึป่าว???? แล้วก็ไม่ต้องคิดในใจหร่อกนะว่า "ไอ่ห่าแค่กิน MK หมดไปแค่ 2500 มึงนี่ร่ายยาวได้ซะซึ้งเชียะ" ...............ก็กูคิดถึงจิง ๆ นี่นา...............
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล. ใครที่สูบรูปหรือเข้ามาดูแล้วก้อช่วยลงคอมเม้นท์หั้ยหน่อยนะจ๊ะ (ขอเช็คเรตติ้งนิดหน่อยหง่ะ)
2006/06/30 ประกาศ จาก ศาลรักนะ..จะทำไม??ประกาศ
ศาล รักนะ..จะทำไม??
เนื่องด้วย มีกลุ่มบุคคล อันได้แก่ พรรคประชาธิปโสด กลุ่มพันธมิตรประชาชน(แอบ)โสดเพื่อประชาธิปไตย และสมาคมคนโสดในโลกทรงกลมที่ไม่มีคนคอยอุปถัมภ์ ได้ยื่นเรื่องเสนอศาลฯ ให้พิจารณายุบพรรคน้ำรักอรรถ สาเหตุมาจาก เพราะกลุ่มบุคคลที่ได้กล่าวมานั้น เกิดความไม่พอใจที่ความรักของ นายอรรถวิวัฒน์ กับคุณหญิงสาวิณี ที่มันมีมากเกินไป มากเกินที่กลุ่มบุคคลทั้งหลายจะอดทนได้ (อิจฉานั่นเอง)
จากการพิจารณาไตร่ตรองของศาลฯ มีความเห็นว่า เหตุผลของกลุ่มบุคคลที่เสนอเรื่องนี้นั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเอาผิดได้ อีกทั้งทางศาลได้เล็งเห็นถึงความรักของคนทั้งคู่ซึ่งจะทำให้โลกนี้สงบสุข และเต็มไปด้วยสีชมพู แต่เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่กลุ่มบุคคลผู้คัดค้าน ศาลจึงมีคำสั่งให้ นายอรรถวิวัฒน์ นฤคนธ์ กับ คุณหญิงสาวิณี ประทุมมาศ ต้องแสดงความรักต่อกันด้วยการแต่งงาน ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2549 ณ หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ ซึ่งกลุ่มบุคคลผู้คัดค้านต้องไปเป็นพยานให้พร้อมเพรียงกันในวันนั้น สุดท้ายคนทั้งคู่ต้องบำเพ็ญสาธารณประโยชน์โดยการทำอย่างไรก็ได้ให้ "น้องนั่นแน่" ออกมาให้กลุ่มผู้คัดค้านอุ้มโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...............ฟันธง...........อิอิ
อดิศักดิ์
ประธานศาลรักนะ..จะทำไม??
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
2006/06/10 ~ ความรัก กับ ตด ~ความรักก็เหมือนตด
มักจะแอบเก็บเงียบไว้ เมื่ออัดอั้นจนทนไม่ไหวก็ได้แต่เปิดเผยออกมาเงียบๆ ความรักก็เหมือนตด ที่หากเผลอเสียงดังออกไปอาจจะเป็นเรื่องตลกสำหรับคนอื่น แต่มันก็ทำให้เราสบายใจที่ได้ระบายมันออกไป ความรักก็เหมือนตด ถึงแม้กลิ่นจะจางหาย แต่ก็ยังจำอยู่ในใจมิลืมเลือน ความรักก็เหมือนตด มีแต่คนที่เราต้องการให้รับรู้เท่านั้นถึงจะได้มันไปเต็มๆ(คนที่อยู่ข้างหลังไง) คนที่เหลือรอบๆก็ได้เพียงเศษความรักยามเหงาเราไปเท่านั้น(ก็แค่กิ๊กเอาไรมาก) ความรักก็เหมือนตด แม้กลิ่นจะแรงซักแค่ไหน ซักวันกลิ่นมันก็ต้องจางหาย แต่ยังเหลือบาดแผลในใจของผู้ที่ได้ดมและผู้ปล่อยมันออกมาตลอดไป... ความรักก็เหมือนตด ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าคนคุ้นเคย(เพื่อนสนิท) ก็ยังไม่กล้าปล่อยมันออกมาเต็มแรงซักที ความรักก็เหมือนตด ตดที่แท้จริงย่อมออกมาจากตรูด.. ไม่ใช่จากปาก ความรักที่แท้จริงก็ย่อมออกมาจากใจมิใช่คำพูด ความรักก็เหมือนตด ยากที่จะยอมรับต่อหน้าคนอื่นว่าเป็นคนตด เท่าๆกับยากที่จะรับว่าดมมันเข้าไปเต็มปอด ความรักก็เหมือนตด แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่คุณก็รู้..ว่ามีอยู่จริง.... ......................................................................................... อ่านแล้วอยากจะให้มีใครซักคนมาตดใส่หน้าซักทีจิง ๆ มันจะได้ทำได้รู้จักคำว่า "รัก" กับเค้าซะที ......ตดอย่างเดียวก้อพอ (อย่าแถมสสารที่มาพร้อมตดนะ) .....กรูกลัวเม็ดข้าวโพด กะ ต้นหอม
|
||||
|
|